Zoom
In :
ถุงผ้าลดโลกร้อน
โรคร้อนแก้...ที่ตัวฉัน
ที่ใครเขาบอกว่าโลกร้อนเราช่วยได้ เห็นทีจะไม่จริง
เพราะร้อยแปดพันเก้าวิธีที่ถูกขุดคุ้ยมาแก้ปัญหา
ยังไม่เห็นจะมีวิธีไหนที่ทำให้โลกเย็นลง
ที่เขาว่าถุงผ้าช่วยลดโลกร้อนได้ ฉันเองก็ยังไม่เคยทดลอง
ทั้งๆ
ที่ใครๆ
เขาก็ทำกัน
ช่วงสองปีที่ผ่านมา
คนเกือบครึ่งโลกต่างเอาจริงเอาจังหันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก
ถุงผ้าคุณภาพดี
ดีไซน์เก๋ที่วัยรุ่นไทยชายหญิงกำลังนิยมถือกัน
นอกจากจะช่วยลดโลกร้อนแล้ว
ยังเป็นเสมือนเครื่องมือช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ผู้พบเห็นอีกต่างหาก
ถ้าใครผู้ใดที่หิ้วถุงผ้าจะแลดูเป็นผู้พิทักษ์ช่วยแก้โลกร้อนตัวจริง
แต่จากการสังเกต
และจดจำปริมาณขยะจำพวกพลาสติก ก็ยังคงล้นถังขยะในทุกๆ
ป้ายรถเมล์ ทุกหนทุกแห่ง ก็บางคนหิ้วถุงผ้า
แต่ซื้อของมาก็ใส่ถุงพลาสติก แล้วยัดเข้าถุงผ้าอีกที
แล้วมันจะต่างกันตรงไหนกับสมัยที่ไม่ใช่ถุงผ้า
ฉันพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ
ตัว เข้าใจกับฤดูกาล เข้าใจว่านี่มันฤดูแห่งความร้อน
ฤดูที่มีอากาศร้อนที่สุด เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป
เมื่อเดือนที่แล้ว (มหาสงครามสงกรานต์)
ในขณะที่ฉันกำลังสาดน้ำอย่างสบายอกสบายใจ
ฉันก็แอบหวังในใจว่าน้ำที่สาดใส่กันจะช่วยดับความร้อนของโลกได้บ้าง
หลังสงกรานต์ไม่กี่วันฝนก็เทลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ไม่ต้องคิดมากฝนที่ตกลงมา เป็นผลสืบเนื่องมาจาก
การก่อตัวของเมฆคิวมูลัสที่ขยายตัวขึ้น
ปะทะกระแสลมแนวตั้งแรงขึ้นก็จะขยายตัวสูงใหญ่เป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส
ซึ่งเป็นเมฆพายุฟ้าคะนอง ก่อให้เกิดพายุฤดูร้อน
อ่านมาถึงตรงนี้คนที่ไม่ได้เรียนภูมิศาสตร์หลายคนอาจจะงง
ฉันเองก็งง ฉันพยายามหาเหตุผลง่ายๆ
ว่าทำไมจึงมีฝนตกหนักในฤดูร้อน
เพราะเชื่อว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป
แหล่งความรู้ต่างๆ ในอินเทอร์เนต ทำให้ฉันรู้ว่า
พายุฤดูร้อนมันเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ต้องเป็นห่วง
ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปรากฏการณ์โลกร้อนแต่อย่างใด
แต่สาเหตุที่ฉันร้อนเป็นผลมาจากที่ฉันไม่ใช้ถุงผ้า
(ข่าวประกาศรณรงค์กันป่าวๆ)
พอฉันได้คำตอบว่าทำไมฉันถึงร้อน ฉันก็เริ่ม ปฏิวัติตัวเอง
เริ่มมองหาถุงผ้าที่มีข้อความแนวๆ แลดูเป็นผู้รักษ์โลก
ถุงผ้าดิบชั้นดีที่ใส่ของได้พอดิบพอดี มีข้อความว่า
Im not a Plastic Bag ไปทุกหนแห่ง
ไหล่สะพายถุงผ้า แต่มือถือถุงพลาสติก
ใจก็คิดมันช่วยให้ฉันเย็นลงได้จริงหรือ
ไม่นานความจริงก็ปรากฏ
ฉันเป็นโรคร้อนรน ฉันวินิจฉัยอาการที่ฉันเป็นอยู่
จิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ชอบทำตัวรีบเร่งร้อนรน
เต้นไปตามสภาวการณ์ของโลก เป็นผลให้ฉันยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่
ผู้ที่มีความรู้เขาบอกว่าโลกเรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤต
น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย น้ำทะเลก็ยิ่งขึ้นสูง
ฝนฟ้าตกผิดฤดูกาล ทำให้เกิดปรากฎการณ์แผลงๆ
แบบไม่เคยเห็นมาก่อนอยู่เรื่อย
ซึ่งความจริงแล้วผลมันมาจากความเห็นแก่ตัวของสัตว์ประเสริฐที่ได้ถูกนิยามว่าเป็นมนุษย์นั่นเอง
ความที่มนุษย์พยายามแสวงหาความสะดวกสบายให้แก่ตนเอง
จึงพยายามคิดค้นแสวงหาแต่ความสบายให้แก่ชีวิต ร้อนก็ติดแอร์
หนาวก็ติดเครื่องทำความร้อน ขี้เกียจเดินก็ขับรถ
มนุษย์เราก็คิดอยู่แค่นี้ มีแต่สบาย สบาย สบาย สบาย
แล้วก็สบาย พอผู้รู้เขาบอกโลกร้อน อุณหภูมิโลกสูงขึ้น
มนุษย์เรากำลังจะแย่ มนุษย์นักคิดก็เริ่มอยู่ไม่เป็นสุข
จึงคิดค้นเสาะแสวงหาความสบายให้แก่ชีวิต
ด้วยการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก เปิดแอร์ที่ 25 ํ
หรือวิธีการอีกเพียบเพื่อช่วยลดโลกร้อน
แต่สิ่งที่มนุษย์นักคิดไม่คิดทำกันก็คือ ลดความเห็นแก่ตัว
หัดลำบากตามความจำเป็น เลิกเห่อตามกระแสไอทีที่ไม่จำเป็น
เลิกเต้นแล้งเต้นกาตามกระแสโลก ฝึกคิดอย่างพอเพียง
สิ่งเหล่านี้ลองทำกันดูบ้างหรือยัง
โรคร้อนรนจะไม่เกิดกับตัว
บางทีอากาศที่ร้อนอาจจะเย็นลงได้บ้าง
เหตุเพราะถุงผ้าทำให้ฉันคิดได้
ถุงผ้าที่เคยซ้อนทับถุงพลาสติกที่ได้มาจากการซื้อเสื้อ
วันนี้เหลือเพียงแต่ถุงผ้าที่ใส่เสื้อเพียวๆ แบบไร้ถุง
เฮ้อ...ฉันเพิ่งจะคิดได้เดี๋ยวนี้เอง
โรคร้อนรนที่ฉันกำลังเผชิญ ตอนนี้อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
คาดว่าเร็ววันนี้ฉันจะหายดีเป็นปกติ